เมนู

 

สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 20/10/2009
ปรับปรุง 25/09/2017
สถิติผู้เข้าชม 587,654
Page Views 804,348
 

No Title

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 



กรมประมงพร้อมร่วมส่งเสริมไทยให้เป็น ASEAN Seafood Hub ศูนย์กลางการค้าขายสินค้าประมงของอาเซียน

กรมประมงพร้อมร่วมส่งเสริมไทยให้เป็น ASEAN Seafood Hub ศูนย์กลางการค้าขายสินค้าประมงของอาเซียน

                         การที่ประเทศไทยเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นสิ่งที่หน่วยงานภาครัฐในประเทศไทยให้ความสำคัญและร่วมกันส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในด้านต่างๆ ของอาเซียน รวมถึงหน่วยงานกระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายให้กรมประมงร่วมส่งเสริมให้ไทยเป็น ASEAN Seafood Hub

                         นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง ได้ให้สัมภาษณ์ฐานเศรษฐกิจในประเด็นอุตสาหกรรมการประมงมีความพร้อมเพียงใดเมื่อประเทศไทยเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

                         ถ้าแบ่งสินค้าประมงที่เป็นธุรกิจระหว่างประเทศจะแบ่งได้เป็นหลายหมวดซึ่งในแต่ะหมวด เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ก็มีศักยภาพของตัวเอง ซึ่งเป็นผลพวงจากการที่ในอดีตไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าประมงอันดับ 7 ของโลก มีปริมาณการส่งออกถึง 3,000,000 ตัน จากตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าขายสินค้าเกษตร "ประเทศไทยมีการทำประมงมาเป็นระยะเวลานานแล้ว กรมประมงเองก็มีอายุครบรอบ 70 ปี ธุรกิจการประมงในไทยมีการพัฒนามาโดยตลอดมีวิวัมนาการล้ำหน้า ประสบการณ์ตรงนี้ทำให้ไทยได้เปรียบในการแข่งขันและมีความพร้อมมาก และในธรรมชาติของธุรกิจประมง ไทยเป็นศูนย์กลางของสินค้าประมงหลายตัว ด้วยมีการซื้อ ขายเป็นจำนวนมากผ่านประเทศไทย อาทิเช่น กุ้ง หอย ปลา" ในมุมมองของนายนิวัติ อธิบดีกรมประมง มีความเห็นว่า "การที่ไทยเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะช่วยให้เรามีการปรับตัวเพราะเราจะเดินนำหน้าในฐานะผู้นำการทำประมง ดังนั้นเมื่อเจออุปสรรคหรือปัญหาใด เราจะเจอก่อน การแก้ไขปัญหาจะทำให้เราเติบโตขึ้นเรื่อบๆ เช่นในอดีตการทำประมงส่งเสริมให้ใช้ทรัพยากร มีการจับปลาผิวน้ำเป็นจำนวนมากแต่ในปัจจุบันต้องกลับมาใช้การอนุรักษ์ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ทุกประเทศทำกัน ไทยในฐานะผู้ส่งออก นำเข้าอาหารทะเลรายใหญ่ก็ต้องปรับตัวเช่นกัน เช่น มีฤดูปิดอ่าว การทำปะการังเทียม การทำประมงพื้นบ้าน เพื่อให้ทรัพยากรอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

                        ในการเตรียมความพร้อมเพื่อเป็น ASEAN Seafood Hub ประเทศไทยเรามีมานานแล้วไม่ใช่เกิดปีนี้เป็นปีแรก แต่เกิดจากการที่เรามีทรัพยากรเป็นจำนวนมากในอดีตและทำให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องตามมา

                        "นอกจากที่ไทยมีประสบการณ์การทำประมงเป็นระยะเวลานานที่เป็นข้อได้เปรียบแล้ว การแปรรูปผลิตภัณฑ์ก็เป็นสิ่งที่ไทยมีความเชี่ยวชาญเช่นกัน โดยเราได้เรียนรู้จากประเทศญี่ปุ่นที่ได้ส่งคนมาช่วยพัฒนาและเป็นคนของเราที่ได้ไปเรียนรู้ที่ประเทศญี่ปุ่นเพราะฉะนั้นพื้นฐานการประมงของเราแน่นมากและได้รับการยอมรับจากทั่วโลก อุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นตามมาได้แก่ แพปลา สะพานปลา การแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ โดยเฉพาะการแปรรูปผลิตภัณฑ์ (Postharvest) ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ระบบการค้าขายก็เช่นกันที่เราได้ค้าขายเป็นคู่ค้ากับหลายประเทศมานานทำให้เราได้เปรียบทางการตลาด"

                         สิ่งที่กรมประมงทำเป็นงานเร่งด่วน คือ "การอำนวยความสะดวกทางการค้า" ให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย

                         นายนิวัติกล่าวว่า "ASEAN Seafood Hub เป็นนโยบายของรัฐบาลที่กรมประมงได้นำมาสานต่อ โดยมีเรื่องที่ต้องการทำเป็นประการแรกคือ สิ่งที่เรียกว่า "การอำนวยความสะดวกทางการค้า" ในความคิดที่ว่ากรมประมงจะทำอย่างไรถึงจะอำนวยความสะดวกทางการค้าทางการค้าระหว่างประเทศ เช่นการทำ MRL (Maximum Residue Levels) หรือการตรวจระดับปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดในอาหาร ที่ต้องการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกประเทศในอาเซียน หรือเมื่อผู้ค้าต้องการขายสินค้าก็สามารถลงทะเบียนจากพื้นที่ต้นทางได้เลย ไม่ต้องทำ Import Permit หรือ ใบอนุญาตนำเข้าสินค้า ไม่ต้องมาที่ด่านเพื่อแจ้งข้อมูลสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ค้าขายสินค้าทางเกษตรได้มาก อีกสิ่งหนึ่งที่อยากทำมากคือ ระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว (ASEAN Single Window: ASW) ซึ่งในปัจจุบันยังเป็นปัญหาในการนำเข้าและส่งออกสินค้าทางการประมง สิ่งเรานี้เราต้องยกเลิก การที่ลดความเข้มข้นในกฎระเบียบในเรื่องการนำเข้าส่งออกสินค้า จะเป็นผลดีต่อประเทศไทยเพราะในธุรกิจการประมงนั้นเราขาดแคลนวัตถุดิบ การอำนวยความสะดวกจะทำให้วัตถุดิบเข้ามาในประเทศมากขึ้น

                         กรมประมงในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมไทยสู่การเป็น ASEAN Seafood Hub ได้รับมอบนโยบายและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการที่ไทยจะเป็น ASEAN Seafood Hub จึงเป็นเรื่องที่อยู่ไม่ไกล



ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ฉบับวันที่ 3-5 ตุลาคม 2556

TFFA / PAGE B

Tags :

  Copyright 2005-2010 tofa All rights reserved.
view