เมนู

 

สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 20/10/2009
ปรับปรุง 25/09/2017
สถิติผู้เข้าชม 587,673
Page Views 804,367
 

No Title

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 



ฝืน IUU โทษสูงสุด 30 ล. พ.ร.บ.ประมงใหม่เข้มหนีใบแดงยุโรป

ฝืน IUU โทษสูงสุด 30 ล. พ.ร.บ.ประมงใหม่เข้มหนีใบแดงยุโรป

                              เส้นตายเดือน ส.ค. 58 กำลังงวดเข้ามากรณีสหภาพยุโรป (EU) จ่อเล่นงานการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ของไทย ขณะที่กรมประมงเร่งออกมาตรการ 6 แผนยกเครื่องระบบประมงดิ้นหนีใบแดง ปกป้องสินค้าสัตว์น้ำส่งออกไป EU มูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาทต่อปี

                              โดย นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการยุโรปด้านประมงและทะเล สหภาพยุโรป (EU) ได้เข้าตรวจสอบการทำประมงของไทยตั้งแต่เดือน ต.ค. 57 พบว่าไทยยังมีปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU : Illegal, Unreported and Unregulated Fishing) และจะประกาศให้ไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว (ใบเหลือง) ในเดือน ก.พ. 58

                              ไทยมีเวลา 6 เดือนในการแก้ไขปัญหาก่อน EU เข้าตรวจสอบอีกครั้งในเดือน ส.ค. 58 และพิจารณาว่าจะให้ไทยหลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่มีความเสี่ยง หรือเลื่อนระยะพิจารณาเพิ่มเติม หรือถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา IUU Fishing (ใบแดง) ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหากับการค้าด้านประมงกับ EU ที่มีมูลค่าปีละกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท

                              นายปีติพงศ์กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการ 6 ข้อแล้ว ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. 58 ได้แก่

                              1)เร่งจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตการทำประมง

                                     2)ตั้งศูนย์เฝ้าระวังและศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (Port in-Port out) 

                                     3)จัดทำระบบติดตามตำแหน่งเรือ (VMS)

                                     4)ปรับปรุงระบบตรวจสอบย้อนกลับ

                                     5)ปรับปรุง พ.ร.บ.การประมง

                                     6)จัดทำแผนระดับชาติในการป้องกันและยับยั้ง IUU Fishing


  • ขยับทุกแผนภายใน 6 เดือน


                              นายปีติพงศ์กล่าวว่า กรมประมงได้ร่วมกับอีก 2 หน่วยงาน คือ กรมเจ้าท่า กรมการปกครองท้องถิ่น ตั้งหน่วยเคลื่อนที่เบ็ดเสร็จ (One Stop Service) รับจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตการทำประมง 112 แห่ง ตลอด 23 จังหวัดชายทะเล ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. 58-28 ก.พ. 58 มีเป้าหมายจดทะเบียนเรือ 3,000 ลำ และออกใบอนุญาตทำประมง 17,000 ลำ

                              "สำหรับผู้ประกอบกิจการเรือประมง ขอให้ทุกคนมาจดแจ้งความประสงค์การใช้เครื่องมือประมงทุกประเภท เรามีผู้ใช้เครื่องมือประมงที่อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เราก็อยากทราบว่าชาวประมงเราใช้เครื่องมืออะไร เพื่อหามาตรการที่ทำให้ถูกกฎหมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นที่มาของการแก้ไขการทำการประมงทั้งหมด ถ้าการทำการประมงใดทำให้ความยั่งยืนในการทำประมงเป็นไปไม่ได้ก็ต้องแก้ไข" นายปีติพงศ์กล่าว

                              ด้านการเฝ้าระวัง จะตั้งศูนย์บัญชาการควบคุมเฝ้าระวังการทำประมง (MCS) 18 ศูนย์ และตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกของเรือประมง (Port in-Port out) 26 ศูนย์ เพื่อตรวจความถูกต้องของทะเบียนเรือ เครื่องมือประมง และบัญชีแรงงานบนเรือ คาดว่าจะดำเนินการได้ในเดือน มี.ค. 58

                              นายปีติพงศ์กล่าวว่า การติดตั้งระบบติดตามตำแหน่งเรือ (VMS) จะตั้งศูนย์ควบคุมใน กทม. 1 แห่ง ภายในเดือน ก.พ. 58 และตั้งศูนย์ควบคุมในภูมิภาค 15 แห่ง ภายในเดือน ส.ค. 58 ส่วนการติดตั้งระบบ VMS บนเรือขนาด 60 ตันกรอสเป้าหมาย 3,500 ลำ จะติดตั้งภายใต้ระเบียบกรมเจ้าท่า ส่วนเรือขนาด 30-60 ตันกรอส เป้าหมาย 4,250 ลำ จะติดตั้งภายใต้ พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2558 ภายในเดือน มิ.ย.นี้

                                     ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย กล่าวว่า มาตรการของกรมประมงทั้งหมดถือว่าครบถ้วนและรวดเร็วในการวางแผน การแก้ปัญหาครั้งนี้จะช่วยวงการประมงในระยะยาว เพราะประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จะไม่สามารถกีดกันทางการค้าได้ง่าย จากนี้อุตสาหกรรมทูน่าเองต้องให้ข้อมูลแก่ซัพพลายเออร์เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด


                             "เรื่องใบรับรองการจับสัตว์น้ำ (Catch Certificate) เราจะติดตามกรมประมงไปเจรจาขอความร่วมมือให้ต่างประเทศออกให้เร็วขึ้น จากเดิมที่มักจะล่าช้าไปถึง 6-10 เดือน โดยเฉพาะประเทศซัพพลายเออร์สำคัญ เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ปาปัวนิวกินี"ดร.ชนินทร์กล่าว


  • กฎหมายใหม่บทลงโทษเข้ม


                              นายปีติพงศ์กล่าวว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ให้ความเห็นชอบผ่านกฎหมาย พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2558 เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 58 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา IUU Fishing เป็นการปรับกฎหมายที่ล้าหลังกว่า 60 ปี ให้เท่าเทียมมาตรฐานสากล มีประเด็นสำคัญ เช่น การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ซึ่งจะพิจารณาแผนระดับชาติในการป้องกันและยับยั้ง IUU Fishing ในเดือน ก.พ.นี้ และมีคณะกรรมการนโยบายการประมงระดับจังหวัด มีอำนาจบริหารพื้นที่ 3 ไมล์ทะเลจากชายฝั่ง ทำให้ท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลทะเลร่วมกับภาครัฐ

                              ด้านมาตรการรัฐเจ้าของท่าเรือ ไทยจะต้องควบคุมไม่ให้เรือประมงต่างชาติที่อยู่ในบัญชีประเทศทำประมงผิดกฎหมายเทียบท่า การเทียบท่าของเรือต่างชาติต้องมีกฎระเบียบชัดเจน สามารถตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำขึ้นท่าได้ (Traceability) ซึ่งไทยสามารถเอาผิดเรือประมงต่างชาติที่ฝ่าฝืนเป็นโทษปรับตั้งแต่ 1-30 ล้านบาท

                              ในข้อเท็จจริง เรือไทยที่ไปติดธงเพื่อสัมปทานจับปลาประเทศเพื่อนบ้าน หากนำเรือที่ผิด พ.ร.บ.ประมงใหม่เข้ามาในน่านน้ำไทยและไม่แจ้งการจอดท่าเทียบเรือที่แน่ชัด จึงมีสิทธิ์ที่จะถูกปรับเช่นกัน

                              นอกจากนี้ยังมีมาตรการควบคุมการทำประมงนอกน่านน้ำ ทั้งในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศและทะเลหลวงซึ่งไม่อยู่ในอำนาจรัฐใด เรือประมงทุกลำต้องขออนุญาตจากอธิบดีกรมประมงก่อนออกเรือในการสัมปทานแต่ละครั้ง หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1 ล้านบาท กรณีฝ่าฝืนกฎหมายการทำประมงของรัฐต่างประเทศ เรือลำนั้นจะถูกขึ้นบัญชีดำและไม่อนุญาตให้ทำประมงนอกน่านน้ำอีก กรณีฝ่าฝืนกฎระเบียบในทะเลหลวง เมื่อกลับเข้าประเทศไทยจะลงโทษปรับตั้งแต่ 1-30 ล้านบาท

                              ด้าน นายวิมล จันทรโรทัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในพ.ร.บ.ประมงฉบับใหม่ หากมีผู้ละเมิดใช้เครื่องมือจับปลาผิดประเภทจากที่ขอใบอาชญาบัตร จะปรับจากที่ต้องมีการกระทำผิดซึ่งหน้าจึงเอาผิดได้ ให้มีความผิดทันทีเมื่อครอบครองเครื่องมือจับปลาผิดกฎหมาย และมีบทลงโทษรุนแรงขึ้นจากเดิมที่มีเพียงโทษปรับ เป็นโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


  • แรงงานประมงยังขาด


                              นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า จากมาตรการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติที่สิ้นสุดเมื่อเดือน ต.ค. 57 มีแรงงานประมงขึ้นทะเบียนกว่า 7 หมื่นคน อย่างไรก็ตามยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่ประเมินว่าจะมีประมาณ 8 หมื่นถึง 2 แสนคน ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงพิสูจน์สัญชาติถึงสิ้นเดือน มี.ค.นี้

                                      ดร.วราภรณ์ พรหมพจน์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ยกประเด็นการขอขยายเวลาขึ้นทะเบียนแรงงานประมง หารือในที่ประชุมคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (อกนร.) แต่ยังไม่เสร็จสิ้น คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีก 2 สัปดาห์ในการหารือ

                              ด้าน ดร.อารักษ์ พรหมณี รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) นำเข้าแรงงานประมงแบบรัฐต่อรัฐ ไทยได้ลงนามกับประเทศเวียดนามแล้ว และยังมีประเทศอื่น ๆ ที่มีการเซ็น MOU นำเข้าแรงงานด้านอื่นอีก เช่น ลาว กัมพูชา เมียนมาร์อิสราเอล ส่วนแนวทางนำผู้พ้นโทษมาทำงานบนเรือประมง จะต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้ก่อน ซึ่งต้องมีโครงการที่ชัดเจน

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1421653459

Tags :

  Copyright 2005-2010 tofa All rights reserved.
view